April 12

8 ขั้นตอนเช็คสภาพรถ ปลดกังวลก่อนเดินทาง

0  comments

8 ขั้นตอนเช็คสภาพรถ ปลดกังวลก่อนออกเดินทาง

  ประเทศไทยถือว่ามีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลติดต่อกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นช่วงสงกรานต์ วันพ่อ วันแม่ วันหยุดทางศาสนา หรือแม้กระทั่งวันปีใหม่ ซึ่งนับเป็นเรื่องโชคดีที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของไทย มีอยู่แทบทุกจังหวัด จึงไม่แปลกที่คนไทยนิยม ขับรถไปเที่ยวกันเอง ในช่วงวันหยุด เพื่อความปลอดภัย และสบายใจในการเดินทาง วันนี้เรามีวิธีตรวจเช็ครถยนต์ในจุดสำคัญมาฝากทุกท่านกัน

8 ขั้นตอนเช็คสภาพรถ

1. น้ำมันเครื่อง

  เรียกได้ว่าหัวใจของรถยนต์ ก็คือเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องคือส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องตรวจสอบในส่วนของน้ำมันเครื่องจะมี ปริมาณ และ คุณภาพ


  เราต้องตรวจเช็คว่าน้ำมันเครื่องไม่พร่อง อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม (สามารถดึงก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาดูได้จะมี ขีดบอกอยู่) ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องดูคือ สภาพน้ำมันเครื่อง ควรจะลื่นและใส ไม่ควรจะข้น เหนียว และดำ

น้ำมันเครื่องมีผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ หากอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์จะช่วยให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ดีขึ้น และช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย


2. เช็คหม้อน้ำ ท่อยาง และระบบทำความเย็น

คงไม่มีใครอยากนั่งอยู่ในรถร้อน ๆ ยิ่งสภาพอากาศแบบประเทศไทยคงไม่ต่างจากเตาอบดี ๆ นี่เอง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบระบบทำความเย็นให้ดีเสียก่อน โดยเริ่มจาก

 

  • เช็คระดับน้ำในหม้อน้ำ รถทุกคันจะมีหม้อน้ำอยู่ด้านหน้า เราสามารถเปิดฝาออกมาเพื่อเช็คระดับน้ำหล่อเย็นที่เหลืออยู่ได้ (ระวังห้ามเปิดตอน start เครื่องอยู่ หรือ เพิ่งดับเครื่อง เพราะจะทำให้มีไอร้อนพุ่งออกมาอาจเป็นอันตรายได้) ถ้ามีปริมาณน้ำหล่อเย็นที่ขาดไป เราอาจซื้อมาเติมเองได้เช่นกัน
สภาพท่อยาง ให้ลองจับ หรือบีบดูด ว่าแข็ง กรอบ แตก รั่ว ซึม หรือเปล่า เพราะถ้าท่อยางเสื่อมสภาพ จะส่งผลต่อระบบทำความเย็นนั่นเอง

3. ระดับน้ำมันเบรก และ ระบบเบรก

โดยปกติแล้วน้ำมันเบรก จะไม่มีวันลดลง เพราะระบบทั้งหมดคือระบบปิด ถ้าเปิดมาแล้วพบว่าน้ำมันเบรกมีปริมาณที่ต่ำกว่าเดิม ให้ทำการตรวจสอบก่อนว่ามีจุดไหนรั่วหรือไม่ รวมไปถึงตรวจสอบผ้าเบรก ด้วยการลองขับรถแล้วเทสระยะการเหยียบเบรก ตื้น - ลึก ว่าปกติหรือไม่ และมีเสียงผิดปกติหรือเปล่า


4. เช็คช่วงล่าง

เราสามารถทดสอบช่วงล่างรถยนต์ได้เอง เช่นการทดลองหาซอยโล่ง ๆ ขับอย่างช้า ๆ และประคองพวกมาลัยไว้ หรือช่วงล่างมีปัญหา จะเกิดการสูญเสียบาลานซ์ ทำให้รถเฉ ออกข้างใดข้างหนึ่ง ในส่วนนี้อาจนำไปเข้าศูนย์บริการ ที่รับเปลี่ยนลมยางทั่วไป เพื่อตั้งศูนย์ถ่วงล้อ ได้จะช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้น


5. เช็คล้อ และลมยาง

  สิ่งที่ชี้เป็นชี้ตาย ของผู้ใช้รถยนต์ เพราะถือว่าเป็นจุดอันตรายที่สุดหากละเลย แต่ป้องกันได้ง่ายที่สุด ซึ่งเดี๋ยวนี้เราสามารถเติมลมยางเองได้ตามปั้มน้ำมัน พร้อมทั้งมีมาตรวัด Digital แต่สิ่งที่ต้องตรวจสอบเองคือ สภาพของยางรถยนต์

  โดยทั่วไปแล้ว ยางจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 2 ปี หรือการดูที่ดอกยางว่า เหลือกี่ มิลลิเมตร (ไม่ควรต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร) เพราะตัวยางเองมีการเสื่อมสภาพ หากอายุการใช้งานเกิน 2 ปี แม้จะไม่ได้ขับมาเยอะเท่าไหร่ ก็ต้องระวังเรื่องการโดนบาด ทำให้ยางอาจแตกได้